ถุงมือ มีกี่ประเภท ทำความรู้จักก่อนนำไปใช้งาน

ถุงมือ มีกี่ประเภท ทำความรู้จักก่อนนำไปใช้งาน

ถ้าจะพูดถึงเรื่อง “ถุงมือ” ถุงมือที่เราคุ้นเคยกันดีนั้น ก็คงจะเป็นถุงมือที่ใช้ในทางการแพทย์และถุงมือที่ใช้สำหรับทำความสะอาดใช่ไหม แต่รู้ไหมคะว่าเรายังมีถุงมืออีกหลายชนิด ซึ่งถุงมือแต่ละชนิดนั้นก็ใช้กับงานที่แตก

ต่างกันออกไป

บทความนี้ จะพาไปทำความรู้จัก ถุงมือ แต่ละแบบ แต่ละชนิด พร้อมกับคุณสมบัติในการป้องกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูเลย

ถุงมือเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยป้องกันอันตรายต่าง ๆ ที่เกิดจากการทำงานได้ เช่น อันตรายจากการสัมผัสสารเคมี อันตรายจากการถูกของมีคม บาด ตัด หรือขูดขีดผิวหนัง อันตรายจากการจับของร้อน เป็นต้น ดังนั้นเราจึงต้อง

มั่นใจก่อนว่าถุงมือที่เราเลือกใช้นั้นเหมาะสมกับงานจริง ๆ เพราะหากเกิดอันตรายจากการเลือกใช้ถุงมือที่ไม่เหมาะสม อาจจะทำให้เราต้องสูญเสียมือจนกลายเป็นคนพิการได้

จากสถิติของสำนักงานประกันสังคม พบว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำงานมีจำนวนสูงถึง 43,000 ราย และ 2,500 รายเป็นผู้ที่สูญเสียมือกลายเป็นผู้พิการที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เห็นไหมว่า มือเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่

สำคัญที่เราต้องดูแลเป็นอย่างดี

 

ถุงมือที่เรารู้จัก มีอะไรบ้าง?

ถุงมือใช้แล้วทิ้ง

ถุงมือยาง แบบใช้แล้วทิ้ง เป็นถุงมือที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  นิยมใช้ในห้องแล็บ หรือทางการแพทย์ ถุงมือชนิดนี้ ออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้สวมใส่ และวัตถุที่ถูกจับต้อง ใช้เมื่อต้องใช้ประสาทสัมผัสรับรู้ทางนิ้ว และ

ต้องการความคล่องตัวในเวลาเดียวกัน  เพราะถุงมือชนิดนี้ จะมีลักษณะบาง ประมาณ 4-8 มิลลิเมตรเท่านั้น ถุงมือมีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ช่วยลดแรงตึง และความเมื่อยล้าของผู้สวมใส่ ทำให้ความทนทานของถุงมือ

ชนิดนี้ มีไม่มากนัก โดยถุงมือชนิดนี้ ส่วนใหญ่ผลิตจากยางธรรมชาติ หรือยางสังเคราะห์ เช่น Vinyl, Polyethylene เป็นต้น สำหรับการนำถุงมือใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร จะต้องผ่านมาตรฐานความ

ปลอดภัยขององค์การอาหารและยาก่อนเท่านั้น

 

การใช้งานที่เหมาะสม : นิยมนำไปใช้ในการทำงานและกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย ทั้งทางด้านครัวเรือน ทางเชิงพาณิชย์ ทางการแพทย์ และโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ

 

ข้อควรระวัง : หลีกเลี่ยงการทำงานกับวัตถุที่มีความแหลมคม ไม่แนะนำให้ใช้นงานทั่วไป

 

ถุงมือป้องกันสารเคมี

ถุงมือป้องกันสารเคมี ผลิตจากยางธรรมชาติ หรือยางสังเคราะห์ต่าง ๆ จะมีความสามารถในการป้องกันสารเคมีได้ในระดับ 1 แต่ส่วนใหญ่ที่นิยม ผลิตจากยางไนไตรมากกว่า เพราะจะมีความเหนียว ทนทาน และที่สำคัญ

ป้องกันการแพ้ได้ เพราะว่าไม่มีส่วนประกอบที่เป็นโปรตีนจากยางธรรมชาติ นอกจากนี้ ถุงมือไนไตร ยังทนทานต่อ สารเคมี กรด ด่าง หรือน้ำมันต่าง ๆ ได้ดี ไม่แพ้ยางธรรมชาติ อย่างไรก็ตามถุงมือที่สามารถป้องกันสาร

เคมีได้ ก็จะมีระดับการกันของสารเคมีแต่ละชนิดไม่เท่ากัน โดยอาจจะทนทานต่อสารเคมีได้ดีมาก หรือทนทานได้พอสมควร หรือแม้ทนทานได้น้อย ผู้ใช้งานควรเลือกให้เหมาะและถูกต้องกับหน้างานที่ต้องใช้

 

การใช้งานที่เหมาะสม : เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท และเป็นที่นิยมนำไปใช้งานกันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น งานการแพทย์ โรงงานผลิตอาหาร อุตสาหกรรมยานยนต์ งานพ่นสี งานซ่อมบำรุง งาน

อิเล็กทรอนิกส์ งานระบบไฟฟ้า ฯลฯ

 

ข้อควรระวัง : ไม่ควรนำไปใช้กับงานที่ต้องสัมผัสกับสารละลาย ที่มีคลอรีนผสมอยู่ และไม่ควรวางในที่ที่มีแสงแดด หรือโอโซน ส่องถึงตลอดเวลา จะทำให้ถุงมือชนิดนี้เสื่อมสภาพได้ และหลีกเลี่ยงการทำงานกับวัตถุที่มี

ความแหลมคม

 

ถุงมือหนัง

เป็นถุงมือที่ผลิตจากหนังสัตว์ หรือหนังฟอก ใช้ป้องกันอันตรายจากประกายไฟ หรือสะเก็ดไฟที่เกิดจากงานเชื่อม ใช้ป้องกันความร้อนได้ ในระดับปานกลาง และใช้สวมทับถุงมือกันไฟฟ้า เพื่อป้องกันการฉีกขาด และยืด

การใช้งานของถุงมือด้านใน

 

การใช้งานที่เหมาะสม : ใช้ในงานเชื่อมต่าง ๆ งานก่อสร้าง งานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ งานสัมผัสความร้อน และงานอุตสาหกรรมทั่วไป

 

ข้อควรระวัง : ไม่ควรนำถุงมือหนังไปซักโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้หนังเสื่อมคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น ความสามารถในการป้องกันการกระแทก หรือการหนีบ ค่อนข้างต่ำ และเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วเมื่อตากแดด

 

 

ถุงมือกันบาด เส้นใยสแตนเลส

เป็นถุงมือที่ผลิตจากลวด หรือเหล็กไร้สนิม มีลักษณะเป็นลวดเส้นเล็ก ๆ นำมาถักเป็นรูปถุงมือ นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะงานที่ต้องมีของมีคมเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะถุงมือชนิดนี้ มีความสามารถในการ

ป้องกันการตัด และเฉือนได้  ช่วยป้องกันอันตรายที่เกิดจากการโดนของมีคมบาด

 

การใช้งานที่เหมาะสม : งานที่เกี่ยวข้องกับของมีคม เช่น งานตัดที่ใช้มีดคัตเตอร์ กรรไกร หรืองานเคลื่อนย้ายกระจก แผ่นเหล็ก และแผ่นกระเบื้อง เป็นต้น

 

ข้อควรระวัง : ไม่ควรใช้ในงานที่มีโอกาสปนเปื้อนกับน้ำมัน

 

ถุงมือผ้า และถุงมือเคลือบชนิดต่าง ๆ

เป็นถุงมือที่ทอด้วยผ้าฝ้าย หรือใยผ้าอื่น ๆ ระดับการป้องกันขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นผ้า มีคุณสมบัติช่วยป้องกันฝุ่น สะเก็ด การขัด การครูด หรือช่วยป้องกันการลื่นในขณะจับวัตถุ เช่น ก้อนอิฐ ลวดต่าง ๆ แต่ไม่สามารถ

ป้องกันอันตรายจากการสัมผัสสารเคมีได้

 

การใช้งานที่เหมาะสม : งานซ่อมบำรุงทั่วไป ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การยก เคลื่อนย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักเบา งานทำความสะอาดทั่วไป หรือในรุ่นที่มีการถักที่ละเอียดมากขึ้น ต้องการคุณภาพสูง ไม่ทิ้งลอยขนจากถุงมือ เช่น

งานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก เป็นต้น

 

ข้อควรระวัง : ไม่ควรใช้ในงานที่มีโอกาสสัมผัสสารเคมี หรือเปื้อนน้ำมันโดยตรง หากไม่ใช่รุ่นที่มีการเคลือบด้วย PU หรือ PVC หลีกเลี่ยงการทำงานกับวัตถุที่มีความแหลมคม

 

ถุงมือพลาสติก

ถุงมือพลาสติก เป็นหนึ่งในถุงมือใช้แล้วทิ้ง ทำมาจากพลาสติกบาง แต่ค่อนข้างเหนียว ใช้สวมใส่เพื่อป้องกันความสกปรก จากการสัมผัสชิ้นงาน หรืออาหาร ไม่สามารถป้องกันสารเคมี ความร้อน ความเย็น หรือไฟฟ้าได้

เหมาะสำหรับสวมใส่ปรุงอาหาร หรือสวมใส่ออกไปช้อปปิ้ง ช่วยป้องกันการสัมผัสสิ่งของสาธารณะในยุคที่มีโรคระบาด

 

ถุงมือป้องกันไฟฟ้า

ถุงมือที่ผลิตมาเพื่อกันกระแสไฟฟ้าโดยเฉพาะ ส่วนมากผลิตมาจากยางสังเคราะห์ จำพวก Ethylene Propylene Diene Monomer หรือ EPDM ซึ่งถุงมือยางทั่วไป ไม่สามารถนำมาใช้กับไฟฟ้าได้ เนื่องจากมีขั้นตอนการ

ผลิตที่ต่างกัน ทำให้มีคุณสมบัติในการป้องกันที่ต่างกัน จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเลือกใช้ถุงมือกันไฟฟ้า โดยเฉพาะในการป้องกัน ซึ่งถุงมือชนิดนี้ สามารถแบ่งออกได้ 5 ระดับ ตาม Voltage หรือแรงดันไฟฟ้าที่จะ

ใช้งาน เช่น class 00 สามารถป้องกันไฟฟ้าได้ 500 V. โดยคุณสมบัติหลัก ๆ แล้ว จะต้องสามารถป้องกันไฟ้ฟ้าได้ มีความแข็งแรง ยืดหยุ่นสูง และราคาของถุงมือ ขึ้นอยู่กับการทนทานต่อกระแสไฟฟ้า

 

การใช้งานที่เหมาะสม : ถุงมือชนิดนี้ เหมาะกับงานที่ต้องสัมผัสกับงานที่มีกระแสไฟฟ้าต่ำ ไปจนถึงแรงสูงไหลผ่าน

 

ข้อควรระวัง : ก่อนการใช้งาน ควรตรวจสอบถุงมือให้ดีก่อนใช้ทุกครั้งว่า มีรอยขาด รูรั่ว โดยการสังเกตุด้วยตาเปล่า หรือใช้วิธีการเพิ่มลมเข้าไปในถุงมือ แค่พอให้ถุงมือพองตัว แล้วค่อย ๆ บีบลมออก พร้อมกับฟังเสียงลม

ที่รั่วออกมาก บางครั้ง หากเก็บไว้นานจนเกินไป ถุงมืออาจจะเสื่อมสภาพ เนื่องจากความร้อน และช่วงอายุของถุงมือ

 

คุณลักษณะทั่วไป และขนาดของ ถุงมือ

การเลือกใช้ถุงมือนั้น นอกจากเราควรจะเลือกใช้ในประเภทที่ตรงกับลักษณะงานของเราแล้ว การเลือกใช้ถุงมือที่มีคุณลักษณะทั่วไปให้ตรงกับตัวเรา ก็มีความสำคุญไม่แพ้กัน คุณลักษณะที่ว่านี้ก็คือ ความหนา ความยาว
และขนาด ของถุงมือนั้นเอง

0 ความหนา (Thickness)

โดยปกติแล้วการวัดขนาดของถุงมือนั้นจะวัดเป็น Mil (1 Mil= 0.001) การเลือกความหนาขึ้นอยู่กับลักษณะงานของเรา เช่น ถ้าต้องการความยืดหยุ่น และความรู้สึกจากการสัมผัสมากก็เลือกใช้ถุงมือที่มีความหนาน้อย

แต่ถ้าต้องการการป้องกันมากขึ้น ต้องการความทนทาน ก็ต้องเลือกที่มีความหนามากขึ้น

 

0 ความยาว (length)

เป็นความยาวที่วัดตั้งแต่ช่วงฝ่ามือจนถึงปลายของถุงมือ ควรเลือกความยาวให้สัมพันธ์กับระยะ หรือตำแหน่งที่ต้องการการป้องกัน ความยาวที่แนะนำโดยทั่วไปคือ

-ป้องกัน มือ และข้อมือ : ความยาวที่แนะนำ คือ 9-14 นิ้ว (23-26 ซม.)
-ป้องกัน ท่อนแขนช่วงล่าง ถึง ข้อศอก : ความยาวที่แนะนำ คือ 14-18 นิ้ว (36-46 ซม.)
-ป้องกัน ท่อนแขน ถึงหัวไหล่ : ความยาวที่แนะนำ คือ ประมาณ 31 นิ้ว (76 ซม.)

 

0 ขนาด (Size)

ควรเลือกใช้ถุงมือที่มีขนาดพอดี ไม่คับ หรือไม่หลวมจนเกินไป เพราะถ้าเราใช้ขนาดเล็กเกินไป ถุงมืออาจจะปริแตก หรือฉีกขาดได้ หรือในทางกลับกัน ถ้าเราใช้ถุงมือขนาดใหญ่เกินไปก็อาจจะเกิดการลื่นหลุดจากมือและ

นำมาซึ่งอุบัติเหตุในการทำงานได้ในที่สุด

 

ขนาดของถุงมือ จะถูกระบุในหน่วยนิ้วตั้งแต่ 6-11 นิ้ว ขึ้นอยู่กับเส้นรอบวงฝ่ามือของผู้ใช้งาน วิธีการวัด คือ ใช้สายวัดลองพันฝ่ามือ แล้ววัดดูว่าได้เส้นรอบวงเท่าไหร่และเลือกใช้ตามขนาดนั้น ๆ

6-7 นิ้ว = Extra small

7-8 นิ้ว = small

8-9 นิ้ว = Medium

9-10 นิ้ว = Large

10-11 นิ้ว = Extra large

 

ออกแบบบ้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น